Gmail ปฏิทิน เอกสาร ภาพถ่าย เว็บ เพิ่มเติม »
กลุ่มที่เยี่ยมชมเมื่อเร็วๆ นี้ | ความช่วยเหลือ | เข้าสู่ระบบ
หน้าแรกของ Google Groups
ข้อมูลกลุ่ม
สมาชิก:10
หมวดหมู่ของกลุ่ม: ไม่มีการจัดหมวดหมู่
ข้อมูลกลุ่มเพิ่มเติม»
หน้าและไฟล์เมื่อเร็วๆ นี้
Event Organize ยิ่งพิศ (2)    

Event Organiz[ DOMON MAN ]

       ความหมายของ Event Organize  การทำงานภายใต้ขั้นตอน  ของลูกค้า  คือ การรับงานมาจาก ผู้ว่าจ้างนั่นเอง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ

Concept  ของผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องมา  และขึ้นอยู่กับงบประมาน ที่ได้ตั้งไว้  และการทำงานทั้งหมด จะถูกแจกแจงให้กับฝ่ายต่างๆ จัดหาดารา  พิธีกร  สถานที่  เสื้อผ้า 

และ การออกแบบ ด้านต่างๆ  และการออกแบบหลายๆ อย่างที่ผ่านมานั้น ต้องคำนึงถึง ผู้ว่าจ้าง เป็นหลักเพราะฉะนั้น ถึงต้อง มี การพรีเซ้นต์ หรือนำเสนองาน

ให้ กับผู้ว่าจ้างเป็นระยะ  เพื่อการตัดสินใจ ในผลงานการออกแบบในแต่ละด้าน ว่ามีความพึงพอใจมากแค่ไหน  และต้องปรับปรุง อะไรบ้าง และเมื่อได้ข้อสรุปของผลงานที่น่าพอใจสำหรับผู้ว่าจ้างแล้ว ก็จะ เริ่มการผลิต  และออกไปสู่สถานที่จริง  ตามกำหนดการ

 

การวางแผนขั้นตอนการทำงาน Event มีดังนี้
    1. การออกแบบหรือจัดงาน ต้องคำนึงถึง งบประมาณ คามเป็นไปได้ การทำงานของฝ่ายต่างๆ รวมไป   ถึง อุปกรณ์ต่างๆ ในสำนักงานว่ามีการพร้อมใช้หรือไม่
    2. การจัดงาน ต้องการมีการกำหนดระยะเวลา ของแผนกและขั้นตอนต่างๆ เพื่อความเป็นไปได้ของการทำงาน เพื่อจะได้รู้ว่างานจะออกผลิต หรือ สามารถนำเสนอ งานได้เมื่อไหร่
    3.  การจัดงาน แต่ละงานนั้น ต้องคำนึงถึง ผู้แข่งขัน ในงานนั้นๆ เราจำเป็นต้องรู้จักการนำเสนอ ผลงาน ให้น่าสนใจ และการวางแผนงาน เป็นเรื่อง สำคัญที่สุด
    4. เมื่อการนำเสนองาน ต่อลูกค่า เป็นไปได้ด้วยดี งานนั้นจะได้รับการ เซ็นสัญญา ว่าด้วยการตกลงฃการมอบหมายงาน บริษัทจะต้องรับผิดชอบตามข้อตกลงต่างที่ได้ตกลงกันไว้
    5. การแจกแจงงาน ต่อผู้ร่วมงานในบริษัท ต้องคำนึงว่า การที่จะมอบหมายงานนั้น เหมาะกับฝ่ายไหน เพื่อการประหยัดเวลา ความรวดเร็วในการทำงาน  และผลิตงาน
    6. การออกแบบในแต่ละฝ่ายนั้น จะต้องมีการนำเสนอเป็น ช่วงๆ เพื่อเสนอ ความคืบหน้า ให้กับผู้จ้าง และการตกลงตามแบบ นั้นๆ เพื่อการสั่งผลิตนั่นเอง
    7. การจัดงาน จำเป็นต้อง ศึกษาสถานที่การจัดงานนั้นๆ เพื่อความสะดวก ในการที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์ ในการจัดงาน อย่างไร ได้สะดวกที่สุด
    8. และการกำหนด ตารางเวลาต่างๆ ของงาน ก็เป็นหน้าที่ ของผู้จัดงาน ที่ได้ตกลง ในการออกแบบ กับผู้จ้างไว้เรียบร้อยแล้ว
    9. กำหนดการจัดงาน ผู้รับงาน จะต้องรับผิดชอบ ในการควบคุมงานต่างๆ ภายในงานทั้งหมด จนกว่า งานนั้น จะจบลง อาจจะ  ใช้เวลานาน ถึง 2-7 วัน หรืออาจจะเป็นเดือน

 

หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์

หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ (นภารัตน์ ชูเกิด, 2548)

หลักการออกแบบ หมาย ถึง การนำองค์ประกอบมูลฐานมาจัดหรือรวบรวมเข้าด้วยกันอย่างมีระบบในงานออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ภาพ หรือพื้นที่ว่าง ๆ เพื่อให้การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ดังต่อไปนี้
      1. หลักความสมดุล (balance) หมาย ถึง การกำหนดและการจัดวางองค์ประกอบมูลฐานให้มีน้ำหนัก และขนาดในสัดส่วนที่เท่าๆ กันทั้งสองข้าง งานออกแบบขาดความสมดุลจะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงแต่ผู้พบเห็น
       2. ความมีเอกภาพ (Unity) หมาย ถึง การจัดวางองค์ประกอบให้มีการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยไม่แตกแยก กระจัดกระจาย งานออกแบบขาดเป็นเอกภาพจะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกแตกแยกและไม่น่าสนใจ
       3. การเน้นจุดแห่งความสนใจ (Emphasis) หมาย ถึง การสร้างจุดแห่งความสนใจให้เกิดขึ้นในงานออกแบบ โดยการกำหนดบริเวณใดบริเวณหนึ่งในภาพที่เหมาะสม ให้มีลักษณะพิเศษกว่าบริเวณอื่น เพื่อให้ดึงดูดความสนใจแก่ผู้อ่าน
       4. ความมีสัดส่วน (Proportion)  หมาย ถึง การจัดวางองค์ประกอบ โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของขนาด รูปร่างขององค์ประกอบ เช่น ตัวอักษร รูปภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างด้านกว้างและด้านยาวของสิ่งพิมพ์
       5. จังหวะ (Rhythm) ได้แก่ การวางองค์ประกอบมูลฐานทางศิลปะให้มีระยะตำแหน่งขององค์ประกอบเป็นช่วงๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกเคลื่อนไหวต่อเนื่องและความมีทิศทางแก่ผู้อ่าน
       6. ความเรียบง่าย (Simplicity) การ วางองค์ประกอบในการจัดภาพ ควรเน้นที่ความเรียบง่ายไม่รกรุงรัง เพราะแม้ว่านักออกแบบจะสามารถออกแบบให้ผลงานหรูหราแต่หากไม่สามารถสื่อความ หมายได้ตามที่ต้องการก็สูญเปล่า ดังนั้น หลักความเรียบง่ายของการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ ก็เพื่อให้ง่ายต่อการรับรู้ของผู้อ่าน

 

การจัดวางองค์ประกอบสื่อสิ่งพิมพ์

การจัดวางองค์ประกอบสื่อสิ่งพิมพ์ แบ่งออกเป็น 6 ประการ


            2.1 สัดส่วนหรือพร็อบพอร์ชั่น (Proportion)

            คือการกำหนดขนาดและสัดส่วนของงานที่จะทำการผลิต โดยเฉพาะงานชิ้นแรกที่จะนำไปผลิตเพื่อเป็นแนวทางในการจัด         

            2.2 ความสมดุลหรือบาลานซ์ (Balance)

            ความ สมดุลหรือบาลานซ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ องค์ประกอบย่อยที่อยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์ถูกจัดวางให้มีน้ำหนักเท่ากัน ความสมดุลหรือบาลานซ์แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ
                         2.1 ความสมดุลหรือบาลานซ์แบบซ้าย ขวาเหมือนกัน - เป็นความสมดุลขององค์ประกอบซึ่งมีลักษณะที่เหมือนกันทั้งซ้ายและขวา เมื่อแบ่งด้วยเส้นตามแนวตั้งผ่านจุดกึ่ง   

               กลางหรือออฟติคัลเซ็นเตอร์
                         2.2 ความสมดุลหรือบาลานซ์แบบซ้ายขวาไม่เท่ากันเป็นความสมดุลขององค์ประกอบซึ่งมีน้ำหนักต่าง ๆ กันรอบจุดกึ่งกลางสายตา หรืออ็อฟ

            2.3 ความแตกต่างหรือคอนทรานสท์ (Contrast)

               การ สื่อความหมายโดยทั่วไปย่อมจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้อง การเน้นมากกว่าส่วนอื่น ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความสำคัญแล้ว ยังทำให้สิ่ง ที่ต้องการแสดงนั้นมีความน่าสนใจมากขึ้นเช่น ในการบรรยาย ถ้าผู้พูด ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่เน้นคำ ไม่เว้นจังหวะการพูดเสียเลย ผู้ฟังก็จะรู้สึกเบื่อหน่าย การผลิตสื่อสิ่งเพื่อการโฆษณาประชาชนสัมพันธ์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่เน้นให้เห็นซึ่ง ความแตกต่าง สิ่งพิมพ์นั้นก็จะดูไม่น่าสน เช่นกัน การเน้นด้วยการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในสื่อ สิ่งพิมพ์สามารถ ทำได้หลายวิธี กล่าวคือ การเน้นด้วนรูปร่าง ขนาด และความแตกต่างของแต่ละทิศทาง

            2.4 ลีลาจังหวะหรือริทึ่ม (Rhythm)

            ลีลา หรือจังหวะ หมายถึง การเคลื่อนไหวที่มีความซ้ำและต่อเนื่องกันเป็นระยะ ๆ และจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ในการจัดองค์ประกอบของสื่อสิ่งพิมพ์ ให้เกิดลีลาหรือจังหวะ สามารถทำได้ 2 วิธี คือ
               4.1 จัด วางองค์ประกอบให้เกิดรูปแบบที่ซ้ำกันและต่อเนื่องกัน อาจจะเป็นการซ้ำกันทางด้านรูปร่าง ความเข้มจางหรือสี เพื่อให้ผู้มองเห็นความคล้ายกันขององค์ประกอบได้ทันที

               4.2ใช้เส้นช่วยเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของสายตาจากองค์ประกอบหนึ่งไปยังอีกองค์ประกอบหนึ่งตามทิศทาง ที่ต้องการในการสื่อความหมาย

            2.5 ความมีเอกภาพหรือยูนิตี้ (Unity)

           ความ มีเอกภาพหรือยูนิตี้ เป็นการนำเอาองค์ประกอบซึ่งมีลักษณะต่าง ๆ กันเข้ามาจัดวางเพื่อให้สื่อสิ่งพิมพ์สื่อความหมายตามความต้องการ นั้นจะต้องพิจารณาให้องค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างมีเอกภาพอีกด้วย

            2.6 ความผสมกลมกลืนหรือฮาร์โมนี (Harmony)

        ความ ผสมกลมกลืนหรือฮาร์โมนี คือ ความพอดีเหมาะสมของส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้น เป็นสิ่งพิมพ์ ซึ่งเมื่อส่วนประกอบต่าง ๆ มีลักษณะพอเหมาะพอดีแล้วก็จะทำให้เกิดความงานมีสัมพันธ์กัน และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความผสมกลมกลืนจะพบได้จากลักษณะขององค์ประกอบในเรื่องของสี รูปร่าง และลักษณะของตัวอักษรเป็นต้นจากหลักการทั้ง6ที่ กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นหลักการพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจยึดเป็น หลักการสำคัญในงานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อผลิตมาใช้ในงานต่างๆ เพื่อให้สื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตมีความสวยงามและสื่อความหมายได้ตรงตามต้องการ ของสิ่งที่อยากจะถ่ายต่อไป

 

องค์ประกอบศิลป์ (Composition) หรือเราอาจเรียกว่า ส่วนประกอบของการออกแบบ (Elements of Design) ก็ ได้ หมายถึงการนำสิ่งต่างๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกัน ตามสัดส่วน ตรงตามคุณสมบัติของสิ่งนั้นๆ เพื่อให้เกิดผลงานที่มี ความเหมาะสม ส่วนจะเกิดความงดงาม มีประโยชน์ใช้สอย น่าสนใจหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพ ในการ ปฏิบัติงานการออกแบบ ของเรา โดยต้องคำนึงถึงปัจจัย

 

ส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ ซึ่งจะทำให้เราสร้างสรรค์ผลงานทุกรูปแบบได้น่าสนใจ มีความสวยงาม มีดังนี้

                    1. จุด (Point, Dot) คือ ส่วนประกอบที่เล็กที่สุด เป็นส่วนเริ่มต้นไปสู่ส่วนอื่นๆ เช่น การนำจุดมาเรียงต่อกันตามตำแหน่งที่เหมาะสม และซ้ำๆ กัน จะทำให้เรามองเห็นเป็น เส้น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะผิว และการออกแบบที่น่าตื่นเต้นได้ จากจุดหนึ่ง ถึงจุดหนึ่งมีเส้นที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เห็นได้ด้วยจินตนาการ เราเรียกว่า เส้นโครงสร้าง นอกจากจุดที่เรานำมาจัดวางเพื่อการออกแบบแล้ว เราสามารถพบเห็นลักษณะการจัดวางจุดจากสิ่งเป็นธรรมชาติ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ได้

                     2. เส้น (Line) เกิดจากจุดที่เรียงต่อกันในทางยาว หรือเกิดจากการลากเส้นไปยังทิศทางต่างๆ มีหลายลักษณะ เช่น ตั้ง นอน เฉียง โค้ง ฯลฯ

                     3. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form) รูป ร่าง คือ พื้นที่ ๆ ล้อมรอบด้วยเส้นที่แสดงความกว้าง และความยาว รูปร่างจึงมีสองมิติรูปทรง คือ ภาพสามมิติที่ต่อเนื่องจากรูปร่าง โดยมีความหนา หรือความลึก ทำให้ภาพที่เห็นมีความชัดเจน และสมบูรณ์

                     4. น้ำหนัก (Value) หมายถึงความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนัก ทำให้รูปทรงมีปริมาตร และให้ระยะแก่ภาพ

                     5. สี (Color) เป็น ส่วนประกอบที่สำคัญในการทำงานศิลปะ สีจะช่วยให้เกิดความน่าสนใจ และมีชีวิตชีวาแก่ผู้ที่ได้พบเห็น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกต่าง ๆ ได้ด้วย สีจึงมีอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์เราเป็นอันมาก

                     6.  พื้นผิว (Texture) หมาย ถึง ส่วนที่เป็นพื้นผิวของวัตถุที่มีลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น เรียบ ขรุขระ หยาบ มัน นุ่ม ฯลฯ ซึ่งเราสามารถมองเห็นและสัมผัสได้ การนำพื้นผิวมาใช้ในงานศิลปะ จะช่วยให้เกิดความเด่นในส่วนที่สำคัญ และยังทำให้เกิดความงามสมบูรณ์

 

บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์      

          1. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในงานสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์มีความสำคัญในด้านการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระ และบันเทิง ซึ่งเมื่องานสื่อมวลชน ต้องการที่จะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ต้องผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร

          2. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในสถานศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ถูกนำเข้าไปใช้ในสถานศึกษาโดยทั่วไป ซึ่งทำให้ผู้เรียนและผู้สอนเข้าใจเนื้อหาหลักสูตรต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ หนังสือ ตำรา แบบเรียน แบบฝึกหัด ซึ่งปัจจุบันสื่อที่กล่าวข้างต้นนั้น สามารถดัดแปลงและ พัฒนาเป็นสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ Document Formats เอกสารที่แสดงรายละเอียดเนื้อหาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบ PDF (Portable Document Formats) หรือแม้กระทั่ง E-learning 

          3. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในงานธุรกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ที่ถูกนำไปใช้ในงานธุรกิจประเภทต่างๆ เช่น งานโฆษณา ได้แก่ การผลิตหัวจดหมาย/ซองจดหมายธุรกิจนั้นๆ ใบเสร็จรับเงิน/ใบส่งของ โฆษณาหน้าเดียว นามบัตร การ์ดตามเทศกาลต่างๆ และสิ่งพิมพ์เพื่อการบบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งทำให้ธุรกิจนั้นๆ เติบโตได้อย่างคล่องตัว เพราะมีสื่อที่สามารถช่วยให้บุคคลภายนอกทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจได้      

          4. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในงานธนาคาร านด้านการธนาคาร ซึ่งรวมถึง งานการเงิน และงานที่เกี่ยวกับหลักฐานทางกฎหมาย ได้นำสื่อสิ่งพิมพ์หลาย ๆ ประเภท มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งช่วยให้ผู้มาติดต่อกับธนาคาร เข้าใจหลักเกณฑ์ และสามารถดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง เช่น ใบฝากเงิน ใบถอนเงิน ประกาศต่าง ใบปิด และต้องหมายรวมถึงสิ่งพิมพ์มีค่า อันได้แก่ ธนบัตร บัตรเครดิต เช็คธนาคาร ตั๋วแลกเงิน แสตมป์ ธนาณัติ โฉนด   

          5. บทบาทของสื่อสิ่งพิมพ์ในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีก สื่อสิ่งพิมพ์ที่ทางห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปลีกใช้ในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ใบปิดโฆษณาประเภทต่างๆ โบร์ชัวร์ ใบปลิว แผ่นพับ จุลสาร สิ่งพิมพ์ลักษณะพิเศษ เช่น ปฏิทิน กระดาษบันทึก เอกสารแสดงราคาสินค้า ซึ่งสิ่งพิมพ์ดังกล่าวช่วยให้ห้างสรรพสินค้า และร้าน ค้าปลีกดำเนินงานได้คล่องตัวขึ้น และมีแนวโน้มในการเติบโตทางธุรกิจสูง  

 

หลักการการทำงาน
      การทำงานส่วนใหญ่ ใช้โปรแกรม Illustrator , Photoshop , Google SketchUp 7 การทำงานในแต่ละครั้งนั้น
จะต้องคำนึงถึง Concept ที่ได้รับมา แล้วจึง นำมาออกแบบใน คอมพิวเตอร์
การออกแบบที่ต้องใช้ คอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมที่กล่าวมา มีดังนี้

 

ขั้นตอนการออกแบบ
    1.การวางแปลนงาน พื้นที่ใช้สอย ของแต่ละส่วนของงาน
    2.ออกแบบเวทีสำหรับ  วันแถลงข่าว ,รอบคัดเลือก และรอบตัดสิน

 

 

 

 

    3.ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น โปสเตอร์ ,ใบปลิว , ธงญี่ปุ่น ,ป้ายผู้สนับสนุน,
       ป้าย Staff  ,ป้าย VIP , ป้าย Number สำหรับผู้เข้าประกวด , บัตรเชิญ

 

 

 

 

 

 

 

 

    4.ออกแบบแปลนงานทั้งหมด ใน โปรแกรม Google Sketch Up 7 
      ใช้องค์ประกอบทั้งหมดมารวมในแปลนนี้ ให้ดูในหนึ่งภาพรวม

 

 

 

 

ขอบเขตของการทำงาน
         - รับงาน
         - ออกแบบตัวงานทั้งหมด
         - การนำเสนอ ผลงาน ทั้งหมด
         - การแก้ไขผลงานทั้งหมด
         - การจัดวางในสถานที่จริง โดยการทำภาพให้เป็น 3D

 

วัตถุประสงค์
    วัตถุประสงค์ ในการทำงาน เพื่อให้ผลงานออกมาตามที่ผู้ว่าจ้าง ได้ ตกลงกับทาง บริษัท ไว้แล้ว
และเป็นการฝึกฝนความสามารถ ของนักศึกษาไปในตัว
    1. การออกแบบหรือจัดงาน ต้องคำนึงถึง งบประมาณ คามเป็นไปได้ การทำงานของฝ่ายต่างๆ รวมไป  
ถึง อุปกรณ์ต่างๆ ในสำนักงาน ว่ามีการพร้อมใช้หรือไม่
    2. การจัดงาน ต้องการมีการกำหนดระยะเวลา ของแผนกและขั้นตอนต่างๆ เพื่อความเป็นไปได้ของการทำงาน 
เพื่อจะได้รู้ว่างานจะออกผลิต หรือ สามารถนำเสนอ งานได้เมื่อไหร่
    3.  การจัดงาน แต่ละงานนั้น ต้องคำนึงถึง ผู้แข่งขัน ในงานนั้นๆ เราจำเป็นต้องรู้จักการนำเสนอ ผลงาน ให้น่าสนใจ
และการวางแผนงาน เป็นเรื่อง สำคัญที่สุด
    4. เมื่อการนำเสนองาน ต่อลูกค่า เป็นไปได้ด้วยดี งานนั้นจะได้รับการ เซ็นสัญญา ว่าด้วยการตกลงฃการมอบหมายงาน
บริษัทจะต้องรับผิดชอบ ตามข้อตกลงต่างที่ได้ตกลงกันไว้
    5. การแจกแจงงาน ต่อผู้ร่วมงานในบริษัท ต้องคำนึงว่า การที่จะมอบหมายงานนั้น เหมาะกับฝ่ายไหน เพื่อการประหยัดเวลา
ความรวดเร็ว ในการทำงาน  และผลิตงาน
    6. การออกแบบในแต่ละฝ่ายนั้น จะต้องมีการนำเสนอเป็น ช่วงๆ เพื่อเสนอ ความคืบหน้า ให้กับผู้จ้าง และการตกลงตามแบบ
นั้นๆ เพื่อการสั่งผลิตนั่นเอง
    7. การจัดงาน จำเป็นต้อง ศึกษาสถานที่การจัดงานนั้นๆ เพื่อความสะดวก ในการที่ต้องขนย้ายอุปกรณ์ ในการจัดงาน อย่างไร ได้สะดวกที่สุด
    8. และการกำหนด ตารางเวลาต่างๆ ของงาน ก็เป็นหน้าที่ ของผู้จัดงาน ที่ได้ตกลง ในการออกแบบ กับผู้จ้างไว้เรียบร้อยแล้ว
    9. กำหนดการจัดงาน ผู้รับงาน จะต้องรับผิดชอบ ในการควบคุมงานต่างๆ ภายในงานทั้งหมด จนกว่า งานนั้น จะจบลง อาจจะ 
ใช้เวลานาน ถึง 2-7 วัน หรืออาจจะเป็นเดือน

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
         - ความชำนานงาน
         - การได้รู้ขั้นตอนการทำงานของ การทำ Event
         - การรู้จักการประสานงาน กับแผนกต่างๆ
         - การได้ออกแบบผลงานจริง
         - การได้ออกแบบแผนผังการทำงานทั้งหมด
         - การที่ได้ออกแบบแปลนงานจริง ที่เป็น 3D
         - การได้ นำเสนอผลงานให้กับลูกค้า ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ
         - รู้จักการวางตัวเมื่อ นำเสนอผลงานให้กับลูกค้า

เวอร์ชัน: 
สร้างกลุ่ม - Google Groups - หน้าแรกของ Google - ข้อตกลงการใช้บริการ - นโยบายส่วนบุคคล
©2010 Google